ชื่อ: ลาดัคห์-ซันสการ์-มานาลี 13 วัน |
รหัส NPGOT 04 |
ช่วงเวลา 11-23 ส.ค.// 18-30 ก.ย. 2553
|
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ- เดลี |
18.00 น.คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 3 แถว F เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
20.25 น. เหินฟ้าสู่เมืองเดลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบินคิงฟิชเชอร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IT026
ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง (รับประทานอาหารค่ำบนเครื่อง)
23.25 น.ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเมืองเดลี ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก
พักที่ Avalon Courtyard Hotel ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย
หมายเหตุ: เวลาของประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชั่วโมง
|
วันที่สองของการเดินทาง เดลี-กูลู-มานาลี( เช้า /กลางวัน/เย็น ) |
04.00 น.รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นออกเดินทางสู่สนามบิน
06.50 น.เหินฟ้าสู่ สนามบินบุนทาร์ เมืองกุลลู โดยสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IT4357
08.05 น.เดินทางถึงเมืองกุลลู จากนั้นนำท่านเดินทางโดยทางรถยนต์สู่เมืองมานาลี ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา Kullu หรือ
Valley of Gods อยู่ในระดับความสูง 2,300 เมตร จากระดับน้ำทะเล ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านชมเมือง มานาลี (Manali) เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์ของเทือกเขาที่สวยงามมาก ในฤดูหนาวมีหิมะปกคลุมเขาทุกลูก
ผู้ชื่นชอบกีฬาสกีมักมาฝึกเล่นที่เมืองนี้ และยังเป็นเมืองที่คู่รักใช้เป็นเมืองที่คู่รักใช้เป็นที่ฮันนีมูนอีกด้วย มีเรื่องเล่าของชื่อเมืองนี้
เป็นตำนานสืบต่อกันมาว่า Manali แปลว่า Home of Manu, Manu เป็นคนเดียวในเทพนิยายของศาสนาฮินดูที่รอดชีวิตจากอุทกภัย
ครั้งใหญ่ เขาเดินทางมาถึงเมืองมานาลีและสร้างมวลมนุษย์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งจากนั้นนำท่านชม Dhungri Temple หรือ Hadimba Temple
สร้างขึ้นเพื่อบูชา Hadimba Devi สร้างขึ้นตั้งแต่ในศตวรรษที่ 16 เป็นวัดที่สร้างด้วยไม้ ที่เก่าแก่ที่สุดในมานาลี ถ้าโชคดี อาจจะได้เห็นพิธี
ฆ่าแพะ บูชายัญ หน้าตาคล้ายวัดแบบญี่ปุ่น แต่เป็นวัดฮินดู อยู่กลางป่าสนต้องเดินขึ้นบันไดไปหลายร้อยขั้น Vashisht Temple วัดฮินดู
ที่มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ในบริเวณวัด ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคนที่นี่ และมีนักบวชชาวไทย ชื่อ Bamboo baba แกอยู่ที่นี่มานานหลายสิบปี
ต้องฝึกภาษาฮินดี ศึกษาศาสนาฮินดูจนสำเร็จเป็น Baba ได้
เย็น รับประทานอาหารค่ำและพักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ Highland Hotel (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่สามของการเดินทาง มานาลี-ซาชู (222 ก.ม.) ( เช้า /กลางวัน/ เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาชู (Sarchu) เส้นทางจะขับผ่านยอดเขา Rohtang (3,980 เมตร)
ผ่านทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มของแคว้นหิมาจัลประเทศ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน (แบบกล่อง)
แวะชมวิวที่ Rohtang ชมทิวทัศน์ที่สวยงามสุดยอดแห่งหนึ่งในเส้นทาง จากนั้นขับรถต่อสู่ซาชู เส้นทางจะขับขึ้นเขาผ่านภูมิประเทศ
ที่มีพืชพรรณไม้เปลี่ยนแปลงทุกๆ กิโลเมตร ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้นกิโลเมตรละ 2.5 เมตร ท่านจะได้พบกับความ
มหัศจรรย์ของพรรณพืชในแต่ระดับความสูง
เย็น เดินทางถึงซาชู ซึ่งอยู่ในระดับความสูง 4,253 เมตร จากระดับน้ำทะเล
พักที่ Camp เมืองซาชู |
วันที่สี่ของการเดินทาง ซาชู-เลห์ (220 ก.ม.) ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้า หลังจากรับประทานอาหาร วันนี้จะเป็นวันเริ่มต้นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตในการเดินทางผ่านถนน
ลอยฟ้าที่สูงเป็นอันดับสองของโลก ระยะทาง 220 ก.ม. โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ช.ม. มานาลี-เลห์ เส้นทางเส้นนี้จะผ่านที่
ราบสูง Rupsu แห่ง Ladakh ซึ่งพื้นที่ราบสูงที่สุดในโลกที่มีผู้อาศัยอยู่ ทิวทัศน์ตลอดเส้นทาง ล้อมรอบด้วยภูเขาหิมะ รูปทรงแปลก
ประหลาด ท้องฟ้า เมฆบนยอดเขาที่สวยงาม ป่าเปลี่ยนสีสัน ห่มภูเขาทั้งลูกให้กลายเป็นเทือกเขาสลับสี ล้วนยาวไกลสุดลูกหูลูกตา
เส้นทางจะขับข้ามยอดเขา Lachungla (5,026) เมตรและ Tanglang La ซึ่งเป็นยอดที่สูงที่สุดในเส้นทาง (5,360 เมตร) เหนือระดับ
น้ำทะเลซึ่งเป็นยอดเขาที่มีถนนผ่านสูงเป็นอันดับสองของโลก เพื่อข้ามผ่านไปสู่ลาดัคห์ แห่งแคว้นจามูและแคชเมียร์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง (อาหารกล่อง)
เย็น เดินทางถึงเลห์ เมืองหลวงของลาดัคห์ นำท่านเข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารค่ำและพักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ Alpine Villa (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่ห้าของการเดินทาง เลห์-วัดเฮมิส-วัดธิคเซย์-พระราชวังเชย์-สตอคพาเลส (140 ก.ม.) ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเชย์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของลาดัคห์ อยู่ห่างจากเมืองเลห์ไป
ทางทิศใต้ประมาณ 15 ก.ม. อยู่ห่างออกไปทางใต้ของเลห์ ชมวัดเฮมิส (Hemis Monastery) ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
ของลาดัคห์ เป็นวัดของนิกาย Dukpa ของพุทธศาสนาแบบทิเบต นำท่านเยี่ยมชม วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) ซึ่งอยู่ห่างออกไป
ทางตอนใต้ของเลห์ ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดของลาดัคห์ ซึ่งเป็นวัดของนิกายเกลุคปา (Gelukspa) ภายในวัดมีรูปปั้นของพระศรี
อารยะเมตไตรย์ ซึ่งชาวพุทธสายมหายาน เชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์ต่อไป ที่จะคอยช่วยเหลือมนุษย์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่าน พระราชวังเชย์ (Shey palace) ซึ่งถูกสร้างขึ้นราวๆ ต้นศตวรรษที่17 สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อเป็นการระลึก
ถึงผู้เป็นพระบิดา Singay Namgyal กำแพงพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน ของกษัตริย์
แห่งลาดัคห์ ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้
หลังจากนั้นชม พิพิธภัณฑ์ สตอคพาเลส (Stok Palace) ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของราชวงศ์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1825 ปัจจุบันยังเป็นที่
เก็บสะสมของใช้เครื่องแต่งกายของราชวงศ์ มงกุฎของกษัตริย์ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ได้เวลาสมควรเดินทางกลับที่พัก
เย็น รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ Alpine Villa (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่หกของการเดินทาง เลห์-ทะเลสาบพันกอง-เลห์ (320 ก.ม.) ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้าจากนั้นออกเดินทางสู่ทะเลสาบพันกอง ระดับความสูง 4,350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะทาง 320 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงโดยผ่านเส้นทาง Changla Pass ซึ่งเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย ชมความงามของ ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake) ซึ่งมีความยาวถึง 40 ไมล์ และกว้าง 2-4 เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงสุดในโลก
คือ มีความสูงถึง 14,256 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชมความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง ทางการเพิ่งเปิดให้ นักท่องเที่ยวเข้าชม
เมื่อไม่นานมานี้ น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม ส่วนในช่วงเช้าจะมีสีที่อ่อนกว่า และ
พื้นที่ 75% ของทะเลสาบอยู่ในดินแดนทิเบต อีก 25% อยู่ในเขตของประเทศอินเดีย จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองเลห์
เย็น รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ Alpine Villa (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่เจ็ดของการเดินทาง เลห์-ลามายูรู-คาร์กิล (270 กิโลเมตร) ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นออกเดินทางสู่ คาร์กิล (Kargil) ระยะทาง 270 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง
ระหว่างทางผ่าน หมู่บ้านดาฮาห์นู (Dha hanu) หรือที่เรียกว่า Land of Aryans ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวอาระยัน เป็นที่อยู่อาศัยของ
ชนเผ่าโบรคพา (Brokpa) ซึ่งถือว่าเป็นชนเผ่าอาระยันรุ่นสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในเขตนี้ ซึ่งจะมีการ แต่งตัวและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่เป็น
เอกลักษณ์ของตนเอง แวะชม พระพุทธเมไตรย ที่แกะสลักบนหน้าผาหินสูงประมาณ 20-30 เมตรอายุ 2,106 ปีสร้างในราชวงศ์กุศานะชื่อ
ว่าพระพุทธ CHMBA มีการแกะสลักที่สวยงามอ่อนช้อยมาก จากนั้นเส้นทางจะขับผ่านหุบเขาสูงชัน สู่วัดลามายูรู (Lamayuru Monatseries)
ซึ่งถูกสร้างโดยหินทราย วัดนี้เป็นของนิกาย Drigungpa อดีตเคยอยู่ในความดูแลของ Kadampa โรงเรียนของพุทธศาสนาแบบทิเบต ก่อนที่
จะถูกนิกาย Drigungpa เข้ายึดครอง หลังจากนั้นแวะชมความงามของ Basgo Palace อยู่ทางทิศตะวันตกของเลห์ ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16
เที่ยง แวะรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง จากนั้นเดินทางต่อสู่ คาร์กิล
เย็น เดินทางถึง คาร์กิล นำท่านเข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ Siachen Hotel (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่แปดของการเดินทาง คาร์กิล-พาดัม (ซันสการ์) (250 กิโลเมตร) ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นเดินทางสู่ เมืองพาดัม (Padum) เมืองหลวงของซันสการ์ ระยะทาง 250 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง
ประมาณ 10 ชั่วโมง ระหว่างทางผ่าน หมู่บ้านรังดุม (Rangdum) ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ (ระยะทาง 98 ก.ม.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ
4 ชั่วโมง จากคาร์กิล
จากนั้นขับรถเรียบแม่น้ำ Suru ซึ่งจะเห็นวิวของภูเขาหิมะอันกว้างใหญ่ และธารน้ำแข็งใหญ่น้อย และธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่
ระหว่างทางไปยังพาดัมคือ ธารน้ำแข็ง Dran Drung Glacier บนเส้นทาง Panzi-la (สูง 4,406 เมตร) และ Nun Kun Peak
จากนั้นชม วัดรังดุม (Rangdum Monastery)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
เย็น ถึงพาดัมนำท่านเข้าที่พัก รับประทานอาหารค่ำ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ Gyaki Hotel (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่เก้าของการเดินทาง พาดัม (ซันสการ์) ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านชม เมืองพาดัม (Padum) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรซันสการ์ พาดัม
อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,505 พาดัมปัจจุบันเป็นเมืองที่สำคัญของเขตนี้ และเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมซันสการ์ เยี่ยมชม
วัดสตาร์ริโม่ (Starrimo) วัดหินโบราณขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเขตเมืองเก่า ชมความงดงามของหมู่บ้านเก่าแก่ Pibiting และวัด
เก่าแก่บนยอดเขา ท่านจะเพลิดเพลินกับวิว ทิวทัศน์ และอากาศที่เย็นสบายบนที่สูง เยี่ยมชม วัดคาร์ช่า (Karsha Gonpa) วัดที่ใหญ่ที่สุด
ในหุบเขาซันสการ์ สร้างไต่ระดับขึ้นไปบนเทือกเขาสูง ต้องออกแรงเดินกันจนได้เหงื่อทีเดียว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย เยี่ยมชม วัดสตองเดย์ (Stongday Gonpa) วัดใหญ่อันดับสองในหุบเขาซันสการ์ ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ที่ชมวิวมุมสูงของซันสการ์
ได้สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เยี่ยมชม วัดซานิ (Sani Gonpa) แห่งนี้เป็นสาขาของ Drukpa Kagyupa School แต่ละส่วนของวัดแห่งนี้
ได้สร้างขึ้นในแต่ละยุคสมัยที่ต่างกัน ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดนั้นสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 2 วัดนี้ถูกสร้างในลักษณะของปราสาท
โดยมีสถูปกานิการ์ (Kanika Srupa) ประดิษฐานอยู่ด้านหลังของวัด ขากหลักฐานชิ้นนี้เชื่อว่าวัดนี้สร้างขึ้นในสมัยของ Kushan ผู้ปกครอง
สมัยศตวรรษที่ 2 วัดนี้ยังเกี่ยวข้องกับโยคี นาโรบา ของอินเดียอีกด้วย โดยเชื่อว่าโยคีนาโรบา ได้มาปฎิบัติตนบริเวณสถูปแห่งนี้
จากนั้นเดินทางกลับสู่ที่พัก
เย็น รับประทานอาหารค่ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย
พักที่ Gyaki Hotel (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่สิบของการเดินทาง พาดัม (ซันสการ์)-คาร์กิล ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางสู่คาร์กิล โดยเส้นทางเดิม (Penzi La Pass) ท่านจะได้เพลิดเพลินกับวิว 2 ข้างทาง
ของภูเขาและธารน้ำแข็ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง
เย็น ถึงคาร์กิล นำท่านเข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารค่ำ
พักที่ Siachen Hotel (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่สิบเอ็ดของการเดินทาง คาร์กิล-เลห์ (230 กิโลเมตร) ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้า หลังจากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองเลห์ โดยใช้เส้นทางเดิม ท่านจะได้เพลิดเพลินกับวิว 2 ข้างทาง
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง
บ่าย เดินทางถึงเมืองเลห์ จากนั้นนำท่านเดิน ชมความงดงามเมืองเลห์ ชมร้านค้าต่างๆ และผู้คนท้องถิ่นที่ตลาดเลห์
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
เย็น รับประทานอาหารเย็น
พักที่ Alpine Villa (ระดับมาตรฐาน พื้นเมือง) หรือเทียบเท่า
|
วันที่สิบสองของการเดินทาง เลห์-เดลี ( เช้า/กลางวัน/เย็น ) |
เช้า รับประทานอาหารเช้า ได้เวลาสมควร เดินทางสู่สนามบิน
08.00 น. เหินฟ้าสู่เมืองเดลี โดยสายการบินคิงฟิชเชอร์ เที่ยวบินที่ IT3342
09.25 น. เดินทางถึงสนามบินเดลี หลังจากนั้นนำท่านนั่งรถชมความเป็นระเบียบเรียบร้อยของผัง เมืองกรุงนิวเดลี
เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ที่ถูกวางโดยชาวอังกฤษ ผ่านชมอินเดียเกต ประตูชัยใจกลางกรุงนิวเดลี อาคารรัฐสภา
ทำเนียบประธานาธิบดี จากนั้นนำท่านชม วัด Akshadham ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบฮินดูที่มีขนาดใหญ่ และมีการ
แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมและศิลปะต่างๆของอินเดีย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)
บ่าย นำท่านไป ช้อปปิ้ง ย่านจันพัธ อันเป็นย่านช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อของอินเดีย ซื้อของฝากคนน่ารักที่บ้าน
เย็น รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน) และนำท่านสู่สนามบิน
|
วันที่สิบสามของการเดินทาง กรุงเทพฯ |
01.30 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินคิงฟิชเชอร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IT025
07.15 น. ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ |
ราคาต่อท่าน (บาท) กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 2 เดือน |
ก.ค.-ก.ย. |
|
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (พักห้องละ 2 ท่าน) ท่านละ |
63,900 |
บาท |
ผู้ใหญ่พักห้องเดี่ยว เพิ่มท่านละ |
10,000 |
บาท |
อัตราค่าบริการรวม
-ตั๋วเครื่องบินไป-กลับระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ-เดลี-กรุงเทพฯ ชั้นประหยัดโดยสายการบินโดยสายการบินคิงฟิชเชอร์แอร์ไลน์
-ตั๋วเครื่องบินไป-กลับภายในประเทศ เดลี-กูลู/เลห์-เดลี ชั้นประหยัดโดยสายการบินคิงฟิชเชอร์แอร์ไลน์
-ค่า Tax + Fuel Charged + Insurance ของสนามบินทุกแห่ง
-ค่าธรรมเนียมวีซ่าอินเดีย Double Visa สำหรับหนังสือเดินทางไทย
-ค่าที่พัก 11 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน)
-ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
-ค่าพาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
-รถโค้ชปรับอากาศในเดลี และ รถจิ๊ป (ไม่ปรับอากาศ) ในมานาลี-เลห์-ซันสการ์
-ค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
-ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทาง
-ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท กับบริษัท IAG ประกันภัย
-ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและพนักงานขับรถ พนักงานบริการ ฯลฯ
อัตราค่าบริการไม่รวม
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มนอกรายการ ค่าซักรีด เป็นต้น
-ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)
-ค่าจัดทำเอกสาร และค่าทำธรรมเนียมวีซ่าของคนต่างด้าว
-ค่าน้ำหนักของกระของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก. ต่อท่าน)
-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
-ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (หากมีการปรับขึ้น)
เอกสารประกอบการขอวีซ่า
หนังสือเดินทาง (Passport) และมีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุก่อนนำส่ง
และแผ่นติดวีซ่าคงเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้า รูปถ่ายสี ขนาด 1.5 หรือ 2 นิ้ว 2 ใบ
สำเนาทะเบียน และบัตรประชาชน 1 ใบ
กรุณาเขียนที่อยู่ปัจจุบันเป็นภาษาอังกฤษ, ชื่อคู่สมรส และนามสกุลก่อนแต่งงาน (ภาษาอังกฤษ)
อาชีพ และสถานที่ทำงาน (ภาษาอังกฤษ)
|