ชื่อ: ทัวร์อียิปต์ 8 วัน 6 คืน อเล็กซานเดรีย-ไคโร-อัสวาน-อบูซิมเบล-ลักซอร์ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ |
รหัส EGGOT 01 |
ช่วงเวลา 23-30 ตุลาคม 2553
|
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ อเล็กซานเดรีย (-/-/D) |
06.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ ประตูทางเข้าที่ 7-8
แถว Q เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนการเดินทาง
09.15 น. เหินฟ้าสู่อเล็กซานเดรีย ประเทศ อียิปต์ โดยสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 613
11.55 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์
15.15 น. เหินฟ้าต่อสู่เมืองอเล็กซานเดรีย โดยสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 514
17.45 น. ถึง เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ เมืองนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ซึ่งเป็นเมืองสำคัญ
ในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ เดิมทีเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่ชื่อว่า ราคอนดาห์ โดยเมื่อประมาณ1,200 ปีก่อนคริสตกาล
จนเมื่อ 332 ปีก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 2,300 กว่าปีก่อน พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเดินทางมาพบ จึงให้มีการ
ปรับปรุงขยายเมืองเพื่อเป็นเมืองหลวงและตั้งชื่อให้คล้องจองกับชื่อของพระองค์ นอกจากนี้เมืองอเล็กซานเดรีย ยังเป็น
สถานที่สำคัญในตำนานรักอันยิ่งใหญ่ของ พระนางคลีโอพัตรา และ จอมทัพผู้กล้าแห่งโรมัน มาร์ค แอนโทนี ซึ่งเรารู้จัก
กันดี ปัจจุบันเป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลกผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว
นำท่าน รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่ ?METROPOLE HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
|
วันที่สองของการเดินทาง อเล็กซานเดรีย ไคโร (B/ L / D ) |
06.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม และเช็คเอ้าท์จากโรงแรม
07.00 น. นำท่านชม สุสานใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย (Catacombs) หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางสร้างในคริสต์
ศตวรรษที่ 2 มีความลึก 32 เมตร และมีทางเดินติดต่อกันรวมเป็นทางยาวกว่าร้อยกิโลเมตร โดยสุสานใต้ดินแบ่งเป็น 3
ชั้นแต่ละชั้นมีทางเดินสลับซับซ้อน แกะสลักประดับประดาด้วยลวดลายต่างๆ อย่างสวยงาม โดยชั้นที่สองเป็นชั้นที่สวย
ที่สุด เมื่อตอนสุสานถูกค้นพบ มีการประมาณว่ามีศพบรรจุอยู่ถึง 50,000 ศพ จึงนับว่าเป็นสุสานใต้ดินที่ใหญ่ที่สุด ชม
ทัศนียภาพและบรรยากาศริมหาด เลียบทะเลเมดิเตอร์เรเนียล อันสวยงามนำท่านชม เสาปอมเปย์ (Pompeys Pillar) สิ่ง
สำคัญโบราณในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ เป็นเสาแกรนิตสูง 27 เมตร สถานที่นี้ในอดีตยังเคยมี อาโครโปลิส ซึ่งมีชื่อ
ว่า เซราเปียม สร้างขึ้นเพื่อถวายเทพเซราปิส ในสมัยของ ปโตเลมี แต่ในที่สุดถูกทำลายโดยพวกคริสเตียน ปัจจุบันนี้เหลือ
เพียงแค่เสาแบบกรีก ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น และ สฟิงซ์อีกสองตัว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านผ่านชม ป้อมปราการกอย เบย์ (Qaitbay's Citadel ) จุดที่ตั้งของป้อมปราการ กอย เบย์ เดิมทีแล้วเป็นจุดที่ตั้งของ
ประภาคาร (Light house) ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ในสมัยโบราณของโลก หลังจากที่ประภาคารได้พังลงจากการกัด
เซาะของนํ้าทะเล สุลต่าน มัมลุก ก็ได้มาสร้างป้อมปราการใหม่ขึ้นที่นี่ ตรงจุดเดิมของประภาคาร พร้อมกันนั้นได้สร้าง
สุเหร่า ไว้ในป้อมปราการแห่งนี้ด้วย หลังจากนั้นอีกประมาณ สี่ร้อยปีกว่าๆ ป้อมปราการแห่งนี้ถูกปรับปรุงโดย มูฮัมหมัด
อาลี บาช่าให้อยู่ในสภาพที่สมบรูณ์แบบยิ่งขึ้น ตลอดจนทุกวันนี้ จุดเด่นของป้อมปราการแห่งนี้คือตั้งอยู่ ติดชายฝั่งของทะเล
เมดิเตอร์เรเนียน และเป็นจุดชมวิวของชาวอเล็กซานเดรีย และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวตลอดจนทุกวันนี้ ภายในของ
ป้อมปราการ กอย เบย์ ได้ปรับปรุงทำเป็นพิพิธภัณฑ์ทางทหาร และ ใช้เก็บอาวุธ สงครามที่เคยใช้ทำการรบในช่วงสงคราม
โลกครั้งที่ 2 เช่น ปืน ดาบ ในยุคต่างๆ ได้จัดแสดงไว้ ให้ท่านได้ชม ปัจจุบันป้อมปราการ กอย เบย์ ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง อเล็กซานเดรีย และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมตลอดทั้งปี
จากนั้นเดินทางสู่ไคโร
17.00 น. เดินทางถึงกรุงไคโร ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่ตลาด ตลาดข่านเอลคาลีลี (Khanel Khalili Bazaar)
ท่านสามารถเลือกซื้อของพื้นเมืองสวยๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำหอมที่ทำด้วยมือ สินค้าที่ทำจากหนังอูฐ เครื่องทอง
รูปพรรณ พรม และเพชรพลอยลวดลายแบบอาหรับ (อย่าลืมซื้อจี้ที่ทำด้วยทองคำหรือเงินแกะสลักชื่อแบบภาษาอียิปต์โบราณ
(Hieroglyphic Characters) ของท่านหรือญาติมิตร เพื่อเป็นของฝาก ในรูปทรงยาว สวยและแปลกมาก ซึ่งมีภาษาพื้นเมืองว่า
คาร์ทูซ แปลว่ามีอายุยืนยาว
20.00 น. รับประทานอาหารค่ำแบบบุปเฟ่ต์บนเรือล่องไปตามแม่น้ำไนล์ ชมบรรยากาศอันงดงามยามค่ำคืนสองฟากฝั่ง
แม่น้ำและชมการแสดง ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) อันเลื่องชื่อของอียิปต์ จากนั้น เดินทางเข้าสู่ที่พัก ZOSER HOTEL
ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
|
วันที่สามของการเดินทาง ไคโร-กิซ่า-พิพิธภัณฑ-?์ โมฮัมัมเหม็ด็ดอาลี-อัสัสวาน ( B / L / D ) |
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
08.00 น. ออกเดินทางสู่ที่ราบกิซ่า ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ซึ่งชาวอียิปต์โบราณถือว่าเป็นดินแดนที่ชาวอียิปต์โบราณ
จะใช้ชีวิตหลังความตาย นำท่าน ชม มหาปีรามิดกีซ่า (Giza) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ ซึ่งเป็นแห่งเดียว
ในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่และคงสภาพอยู่อย่างเกือบสมบูรณ์ เป็นที่ซึ่งองค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณสร้างขึ้นเพื่อฝังพระศพ
ของพระองค์เอง นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 30 ปี โดยใช้ก้อนหินซึ่งหนัก
ก้อนละ สองตันครึ่งมากกว่าสองล้านสามแสนก้อน ซึ่งปัจจุบันนี้ ทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีต่างลงความเห็นว่า
ปีรามิดแห่งกิซ่าแห่งนี้ นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ตามทฤษฎีและเทคโนโลยีของปัจจุบันนี้ เพราะการ
ลำเลียงหินที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ ต้องคำนวณการวางตำแหน่งอย่างแม่นยำ และใช้จำนวนคนสร้างมหาศาล และหินขนาดใหญ่
แต่ละก้อนวางชิดติดกันแบบแนบสนิทมาก แม้แต่กระดาษก็สอดไม่ผ่าน จึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์อยู่จนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำ
ท่านไป ชม สฟิงซ์ (Sphinx) ซึ่งแกะสลักจากเนินหินธรรมชาติ มีส่วนหัวเป็นรูปพระพักตร์ของฟาโรห์และมีลำตัวเป็นสิงโต
รายการแนะนำ *** ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ไม่ได้รวมอยู่ในค่าบริการทัวร์กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์
*** ท่านอาจจะขี่อูฐกลางทะเลทรายชมทิวทัศน์รอบๆโดยมีหมู่ปีรามิดเป็นฉากหลัง
*** ชมภายในตัวปีรามิด ซึ่งชื่อว่าเป็นที่ฝังพระศพขององค์ฟาโรห์ ผู้สร้างมหาปีรามิดกีซ่า ภายในสร้างเป็นห้องโถงใหญ่
มีทางเดินซึ่งเราสามารถเดินลงไปดูได้ (จำกัดจำนวนเพียง 300 ท่านต่อวันและต้องเข้าคิวซื้อบัตรด้วยตัวเอง)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ อันเลื่องชื่อ สร้างเสร็จในปี 1902 ในพิพิธภัณฑ์นี้ เขาห้ามนำกล้อง
ถ่ายรูปเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ จะต้องผ่านเอ็กซเรย์ก่อนเข้าชมภายใน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่รวมศิลปวัตถุโบราณมาก
มายที่สุดในอียิปต์ สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในพิพิธภัณฑ์นี้คือ ห้องเก็บพระมหาสมบัติของฟาโรห์ตุตันคาเมน ฟาโรห์หนุ่มที่สิ้น
พระชนม์อย่างปริศนาเมื่อพระชมน์ได้เพียง 19 พรรษาเท่านั้น ในทางกลับกันชื่อเสียงพระองค์เป็นฟาโรห์ที่โลกรู้จักมากที่
สุดยิ่งกว่ารามเซสที่ 2 เนื่องจากกรุสมบัติอันมหาศาลน่าตกตะลึงของพระองค์ ชมโลงศพทองคำแท้พร้อมหน้ากากทองคำที่
ใช้สำหรับสวมลงบนร่างมัมมี่ของพระองค์ และสมบัติส่วนตัวอีกมากมายของพระองค์ อาทิเช่น เตียงบรรทม รถศึกและเก้าอี้
บรรลังก์ทองคำ ซึ่งภาพบนพนักเก้าอี้โรแมนติกมาก เป็นภาพของฟาโรห์ตุตันคาเมนนั่งอยู่บนเก้าอี้และมเหสีของพระองค์
กำลังทาน้ำมันหอมให้ ทั้งคู่ใส่รองเท้าแตะคนละข้างอันแสดงถึงความรักอันลึกซึ้ง นอกจากนี้ท่านยังจะได้ชมสมบัติอันล้ำ
ค่าอื่นๆ อีกจำนวนมาก เช่น แหวน สร้อย ข้อมือ สร้อยคอ ฝีมือประณีต สิ่งของทั้งหมดล้วนมีอายุเก่าแก่กว่า 3,300 ปีที่ขุด
พบในสุสานของพระองค์ในนครธีปส์
นำท่านชม ซิตาเดล (Citadel) สร้างในปี ค.ศ.1830 และเสร็จใน ปี ค.ศ.1848 ป้อมปราการโบราณที่สร้างบนเนินเขาภายใน
บริเวณป้อมสร้างเป็นสุเหร่าหินอ่อนอันสวยงามมีชื่อว่า สุเหร่าของโมฮัมเหม็ดอาลี สุเหร่าแห่งนี้มีความสำคัญมากสำหรับ
ชาวอียิปต์ สุเหร่าแห่งนี้ทำให้ชวนนึกถึง บลูมอส BlueMosque ของอิสตันบูล ที่ตุรกีเอามากๆ เรื่องอิทธิพลการรับส่งรูปแบบ
ทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมนี้ เป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้วทางประวัติศาสตร์หลีกเลี่ยงมิได้
เย็น ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟ
20.45 น. ออกเดินทาง สู่อัสวาน โดยรถไฟตู้นอนปรับอากาศ ขบวนเลขที่ 84 รับประทานอาหารค่ำบนรถไฟอาหารแบบ
Set menu
|
วันที่สี่ของการเดินทาง อัสวาน ( B / L / D ) |
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าบนรถไฟ อาหารแบบ Set menu
10.00 น. เดินทางอัสวาน จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก BASMA HOTEL เพื่อทำธุระส่วนตัว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ที่โรงแรม
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ วิหารแห่งฟิเล (Philae Temple) ตั้งอยู่บนเกาะศักด์สิทธิ์เป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองอัสวาน
มากนัก วิหารแห่งนี้ซึ่งฟาโรห์ในราชวงศ์ปโตเลมี สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพไอซิสบริเวณวิหารประกอบไปด้วยเสาระเบียง
ซึ่งสลักลวดลายเกี่ยวกับพิธีบูชาเทพเจ้าและด้วยลวดลายสลักต่างๆ ที่ถูกปรับเปลี่ยนนั้น แสดงถึงอิทธิพลจากกลุ่มคริสต์ที่ได้เข้ามาใน
อียิปต์ ก่อนนี้วิหารแห่งนี้จะโดนนํ้าท่วมทุกหกเดือน จึงทำให้บางส่วนของวิหารนี้ถูกนํ้ากัดเซาะ หลังจากนั้นทาง ยูเนสโก้
ก็ทำการแยกส่วนวิหารแห่งนี้แล้วก็เคลื่อนย้ายขึ้นมาประกอบใหม่ที่เกาะอากิลิก้า โดยสูงกว่าระดับนํ้า 20 เมตรใช้เวลา
ในการเคลื่อนย้ายและประกอบ ทั้งหมด 8 ปี และนำชม เสาหินโอเบลิสก์ (The Unfinished Obelisk) ที่สลักจากหน้าผาซึ่งยังไม่แล้ว
เสร็จ ซึ่งเสาโอเบลิสก์ต้นนี้ ถ้าสร้างเสร็จ จะเป็นเสาต้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่า 41 เมตร ฐานแต่ละด้านยาวเกือบ 4
เมตร รูปทรงฐานเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส น้ำหนักกว่า 1,300 ตันจุดเด่นของที่นี่คือเพื่อให้ทราบถึงการแกะสลักแยกชิ้นส่วน
หินออกจากภูเขา ด้วยเทคนิคโบราณคือการใช้ไม้และน้ำ เมื่อแยกเสาออกจากภูเขาแล้ว เสาหินก็จะถูกนำออกไปตั้งวางแกะสลัก
ลวดลายและทำการสักการะบูชาต่อไปยังเมืองต่างๆ เสาโอเบลิสก์นี้เป็นอนุสาวรีย์ชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ
ซึ่งหมายถึงแสงสว่างและชีวิต ดังนั้นเสาโอเบลิสก์จึงสร้างขึ้นเพื่อเป็นการบูชาแด่เทพ อามุน-รา
หรือสุริยะเทพนั่นเอง จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พักที่ BASMA HOTEL ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
|
วันที่ห้าของการเดินทาง อัสวาน อบูซิมเบล อัสวาน (B / L / D ) |
02.00 น. ปลุกตื่น
03.00 น. ออกเดินทางสู่วิหารอาบูซิมเบล (ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง) รับประทานอาหารเช้าบนรถ(อาหารแบบกล่อง)
07.00 น. เดินทางถึง มหาวิหารอาบูซิมเบล ซึ่งประกอบด้วยวิหารของ ฟาโรห์รามเซสที่ 2 และวิหารของ พระนางเนเฟอร์ตารี
ซึ่งเป็นมเหสีที่รักของพระองค์ วิหารอาบูซิมเบลนี้งดงามและยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงก้องโลก เพราะเมื่อมีการสร้างเขื่อนขนาด
ยักษ์ที่ อัสวาน จะทำให้วิหาร 17 แห่งจมลงอยู่ใต้น้ำ จนองค์การยูเนสโก้ ต้องมาช่วยยกย้ายให้พ้นน้ำ วิหารอาบูซิมเบลแห่งนี้
ก็ถูกยกสูงจากพื้นดิน 65 เมตร ซึ่งเป็นงานที่ยากมาก ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในวิหาร
มีห้องบูชา และมีรูปสลัก 4 องค์นั่งอยู่หนึ่งในนั้นคือ ฟาโรห์รามเซสที่ 2 พร้อมด้วยเทพเจ้าต่างๆ อีก 3 องค์ และทุกปี ในวันที่
22 ก.พ. และวันที่ 22 ต.ค. ลำแสงแรกของพระอาทิตย์จะสาดส่องเข้าไปต้องรูปสลัก และว่ากันว่าวันที่ 22 ก.พ. ตรงกับวัน
ประสูติของฟาโรห์รามเซสที่ 2 ขณะที่วันที่ 22 ต.ค.ตรงกับวันขึ้นครองราชย์ของพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้า
ทางวิทยาการทางการคำนวณของชาวอียิปต์ในสมัยโบราณ นอกจากนี้ ความน่าทึ่งของภาพวาดสี และลวดลายต่างๆ ภายในนั้น
อดทำให้ชื่นชมคนโบราณมิได้ที่สามารถสร้างผลงานอันอลังการได้อย่างน่าทึ่ง (ใช้เวลาเยี่ยมชมประมาณ 1 ชั่วโมง)
09.30 น. ออกเดินทางกลับสู่อัสวาน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำชมความงามของเขื่อนยักษ์แห่งอัสวาน (High Dam) ซึ่งสร้างขวางกั้นแม่น้ำไนล์ทั้งสายให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาด
ยักษ์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้ใช้ได้ทั้งประเทศอียิปต์ จากนั้น นำ ท่าน นั่งเรือเฟลุกกะ (Felucca) ซึ่งเป็นเรือใบเสาเดี่ยว
สไตล์อียิปต์ เป็นเรือที่ไม่มีกลไกขับเคลื่อน เพราะใช้แรงลมเพื่อเคลื่อนที่อย่างเดียว ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามตามลำน้ำ ลมพัด
เย็นสบายตลอดทางชม ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของสวนพฤกษชาติ (Botanical Gardens) ซึ่งมีพฤกษชาติหลากพรรณนำมา
จากนานาประเทศ ชมทิวทัศน์ภายนอกของสุสานของอากาข่าน (Agha Khan Mausoleum) ซึ่งเป็นประมุขของศาสนาอิสลาม
ผู้ล่วงลับ บนยอดเขาฝั่งตกวันตกของแม่น้ำไนล์
เย็น รับประทานอาหารเย็น จากนั้นเยี่ยม ชมตลาดอัสวาน ยามคํ่าคืน ซื้อของพื้นเมืองอัสวาน
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก BASMA HOTEL ระดับ 4 ดาว //หรือเทียบเท่า
|
วันที่หกของการเดินทาง อัสวาน-คอมออมโบ-เอ็ดฟู-ลักซอร์ (B / L / D ) |
06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.00 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคอมออมโบ (Kom Ombo) ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางใต้ของอียิปต์ ชุมชุนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำไนล์
มีประชากรอาศัยอยู่ราวกว่า 6 หมื่นคน ระหว่างทาง ท่านจะได้ชมต้นไม้และพรรณไม้สองข้างทางโดยเฉพาะต้นอินทผาลัม
เนื่องจากดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ เป็นแหล่งที่มีรายได้มาจากการเพาะปลูกต้นอินทผาลัม
ชม วิหารคอมออมโบ (Temple of Komombo) ที่สร้างเพื่อถวายแด่เทพเจ้า 2 องค์ ฝั่งขวาคือ เทพ ซีเบค (Sebek)
เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์หรือเทพผู้
สร้างโลกรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ซึ่งมีเศียรเป็นจระเข้ (แม้แต่จระเข้ที่นี่ยังนำมาทำเป็นมัมมี่ได้เช่นเดียวกัน) และฝั่งซ้ายคือ
เทพ ฮอรัส (Horus) ที่มีเศียรเป็นเหยี่ยว เป็นเทพแห่งสงคราม ซึ่งได้รับการนับถืออย่างมากจากชาวอียิปต์ ที่ผนังยังปรากฏ
ภาพสลักเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่น่าทำให้คิดว่าปัจจุบันคงได้รับอานิสงค์จากอดีตก็เป็นได้นำท่านเดินทางต่อสู่เมือง
เอ็ดฟู (Edfu) เข้าชม วิหารเอ็ดฟู (Temple of Edfu or Temple of Horus) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นวิหารอียิปต์โบราณที่ยัง
คงสภาพสมบูรณ์ที่สุด เป็นวิหารขนาดใหญ่ที่สวยงาม สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพฮอรัส (Horus) มีเศียรเป็นเหยี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่ง
ความดีและฉลาดรอบรู้มองได้ไกลเหมือนเหยี่ยว ขนาดของวิหารนี้ มีความกว้างบริเวณซุ้มถึง 79 เมตร และมีความยาวถึง
137 เมตร มีหลักฐานแกะสลักไว้ว่า เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ปี 237 ก่อนคริสต์ศักราชนอกจากนี้ยังมีเครื่องวัดระดับ
น้ำ ซึ่งเรียกว่า ไนล์โลมิเตอร์ ที่เป็นตัวช่วยประเมินการบอกปริมาณผลผลิตในแต่ละปี และทำให้ทางการสามารถกำหนด
ระดับภาษีที่ต้องเก็บจากประชาชนได้
11.45 น. เดินทางสู่เมืองลักซอร์ (Luxor) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นฮาเร็มแห่งทักษิณที่เคยรุ่งเรืองเมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว ซึ่งตั้งอยู่ตอน
ใต้ของนครธิปส์โบราณ (Thebes)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน อาหารกลางวันแบบกล่อง
13.00 น เดินทางถึงลักซอร์
จากนั้นเดินทางข้ามไปฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์หรือ นครธีปส์ ในสมัยอียิปต์โบราณ เข้าชม สุสานแห่งธีปส์ ท่านจะได้ชม
หุบผากษัตริย์ (Valley of king) ซึ่งเป็นหลุมที่ฝังพระศพของฟาโรห์ 62 พระองค์ ปัจจุบันนี้พบทางเข้าแล้ว 14 หลุม
ฟาโรห์ที่มีชื่อเสียงหลายพระองค์ก็ฝังที่นี่ นำท่านเข้าชมหลุมฝังพระศพที่งดงามยิ่ง 3 หลุมของฟาโรห์รามเสสที่ 3, 4 และ 9
(ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปภายในหลุมศพ) นำท่านชม เอลเดลบารี (El Deer El Bahari) วิหารของราชินีฮัทเชพซุท
(Temple of QueenHatshepsut) วิหารนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกคนสนิทชื่อ เซเนมุท เมื่อกว่า 3,500 ปีมาแล้ว
ซึ่งนักอียิปต์วิยาหลายท่าน ลงความเห็นว่าเซเนมุทเป็นคนรักของราชินีฮัทเชพซุทนั่นเองเป็นสถานที่ประดิษฐานพระศพ
ของ ฟาโรห์หญิงฮัทเชพซุท หรือที่รู้
จักกันในนามของ ราชินีหนวด ซึ่งเป็นฟาโรห์หญิงพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์อันยาวนานของอียิปต์โบราณ ซึ่งในสมัยของ
พระนางประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองมาก จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม Colossi of Memnon ซึ่งเป็นซากปรักหักพังของที่ประกอบพิธี
ศพของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 3 ซึ่งปัจจุบันนี้จะมีเพียงรูปแกะสลักของฟาโรห์นั่งบนบัลลังก์ขนาดมหึมา 2 รูป ซึ่งสูงถึง 21 เมตร
ซึ่งแกะจากหินก้อนเดียว
เย็น รับประทานอาหารเย็น จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่ EL LUXOR HOTEL ระดับ 4 ดาว //หรือเทียบเท่า
|
วันที่เจ็ดของการเดินทาง วิหารคาร์นัค วิหารลักซอร์ โดฮา กรุงเทพฯ (B / L / D ) |
05.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
06.00 น. จากนั้น เข้าชม วิหารลักซอร์ (Luxor Temple) ซึ่งเป็นวิหารทรายเนื้อละเอียดที่ใหญ่มาก หน้าวิหารในสมัยโบราณ
เคยมีเสาโอเบลิสก์ ตั้งอยู่สองต้นเคียงกันแต่ปัจจุบันเสาต้นหนึ่ง ถูกนำไปตั้งไว้ที่จัตุรัสคองคอร์ดกรุงปารีส เพื่อเป็นของขวัญ
แด่จักรพรรดินโปเลียน หลุยส์ โบนาปาร์ท ของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1835 ในสมัยของ ฟาโรห์รามเซสที่ 2 พระองค์ได้โปรดให้
สร้างอุทยานหน้าวิหารนี้และตกแต่งด้วยรูปประติมากรรมทำด้วยหินแกรนิตควอร์ทไซต์ จากนั้นชม วิหารคาร์นัค
(Karnak Temple) ซึ่งประกอบด้วยอาคารใหญ่โตมากมายหลายหลังและเป็นวิหารโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้รับการ
ปฎิสังขรณ์จากฟาโรห์หลายพระองค์ ด้วยวัตถุประสงค์ในการบูชา ครอบครัวเทพเจ้า (Amon-Mut-Knonso) ทางเข้าวิหารมี
รูปแกะสลักของสฟิงซ์เป็นแถวสองข้างทาง แต่เป็นสฟิงซ์ที่มีหัวเป็นแพะใช้เป็นทางเดินเชื่อม ระหว่างวิหารลักซอร์และ
วิหารคาร์นัคในอดีตกาล และที่สวยงามมากคือ Hypostyle Hall หรือห้องเสา ซึ่งประกอบไปด้วยเสาสูง 134 ต้น เรียงเป็นแถว
4 แถว สลักด้วยอักษรและภาพจากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองลักซอร์เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ
10.25 น. เหินฟ้าสู่สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR519
14.15 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา ประเทศกาตาร์
พิเศษ!! แถมทัวร์โดฮา (ใช้เวลาในการเที่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง)
นำท่านเที่ยวชม เมืองโดฮา ประเทศการ์ต้า ชมความอลังการของสนามกีฬาที่ใช้ทำพิธีเปิด การแข่งขัน Asian Games 2006
ชมวิวชายหาดเมืองโดฮา จากนั้นเที่ยวช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีสินค้าให้เลือกซื้อหามากมาย
เย็น รับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย เลือกซื้อหาได้ในห้างสรรพสินค้า (ไม่รวมอยู่ในค่าบริการ)
17.30 น. เดินทางกลับสู่สนามบิน
21.00 น. เหินฟ้าสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR 612
|
วันที่แปดของการเดินทาง กรุงเทพฯ (-/-/-) |
07.45 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ |
อัตราค่าบริการ ** กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้าก่อนการเดินทาง 1 เดือน**
ผู้ใหญ่พักห้องคู่ (พักห้องละ 2 ท่าน) ท่านละ 59,900 บาท
ผู้ใหญ่พักห้องเดี่ยว เพิ่ม ท่านละ 7,000 บาท
รายการพิเศษ (อัตราค่าบริการนี้ไม่รวมอยู่ในค่าบริการ)
- นั่งรถม้าชมความงาม 20 ปอนด์
- ขี่อูฐตัวละ 20 ปอนด์
- ค่าเข้าชมห้องมัมมี่ในพิพิธภัณฑ์ 100 ปอนด์
- ค่าเข้าชมภายในปิรามิด 100 ปอนด์
อัตรานี้รวม
-ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อเล็กซานเดรีย/ลักซอร์-กรุงเทพฯ ชั้นประหยัด โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์
-Tax + Fuel Charged + Insurance ของสนามบินทุกแห่ง
-โรงแรมที่พักระดับ 4 ดาว ตามรายการที่ระบุ (พักห้องละ 2 ท่าน)
-รถไฟ Sleeping Train ชั้น 1 ปรับอากาศ (พักห้องละ 2 ท่าน) ในโรงแรมและบนรถไฟไม่มีน้ำดื่มฟรีในห้องพัก
-บัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการระบุ
-อาหาร ตามรายการ และค่าน้ำดื่ม วันละ 1 ขวด/ท่าน
-พาหนะในการนำเที่ยว ตลอดการเดินทาง
-มัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์คนไทย คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทาง
-ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท
-ค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวอียิปต์ Single Visa (สำหรับหนังสือเดินทางไทย)
-ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท กับบริษัท IAG ประกันภัย
-ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและพนักงานขับรถ พนักงานบริการ ฯลฯ ตลอดการเดินทาง
อัตรานี้ไม่รวม
-ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT)
-ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่มนอกรายการ ค่าซักรีด เป็นต้น
-ค่าทำใบอนุญาตเข้า-ออกประเทศของคนต่างชาติ หรือคนต่างด้าว
-ค่าน้ำหนักของกระของกระเป๋าเดินทางที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (20 กก. ต่อท่าน)
-ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
-ค่าธรรมเนียมน้ำ มันของสายการบิน (ถ้ามีการปรับขึ้น)
เอกสารประกอบการขอวีซ่า
- หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง หากหมดอายุกรุณานำไปต่ออายุ
ที่กระทรวงต่างประเทศก่อนนำส่ง และมีหน้าเหลืออย่างน้อย 2-3 หน้าเต็ม
|